คู่มือการพิมพ์วิทยานิพนธ์

TU Resource's logo

คู่มือการพิมพ์วิทยานิพนธ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2560 จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการเขียนและจัดพิมพ์วิทยานิพนธ์ของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คู่มือนี้ได้รับการออกแบบให้ใช้ควบคู่กับเอกสารแม่แบบวิทยานิพนธ์ (Thesis templates) ที่ได้กำหนดขนาดตัวอักษร รูปแบบการเขียน และรูปแบบการจัดวางข้อความอย่างถูกต้องไว้เรียบร้อยแล้ว นักศึกษาสามารถดาวน์โหลดแฟ้มข้อมูล Template ในรูปแบบ Word ไปใช้งานได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

THESIS MANUALS

ดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ สารนิพนธ์ หรือการค้นคว้าอิสระ เป็นรายงานการศึกษาวิจัยหรือการศึกษาค้นคว้าภายใต้คำแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งเป็นเอกสารวิชาการที่ศึกษาในเรื่องใด เรื่องหนึ่งอย่างเป็นระบบตามระเบียบวิธีวิจัย และมีคุณภาพสูง

การทำดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ สารนิพนธ์ หรือการค้นคว้าอิสระ

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กำหนดให้มีการทำดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ สารนิพนธ์ หรือการค้นคว้าอิสระ พอสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

  1. ดุษฎีนิพนธ์ (Dissertation)

    เป็นรายงานการศึกษาวิจัยภายใต้คำแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษาที่กำหนดให้ เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาหลักสูตรระดับปริญญาเอก แผน 1 เป็นแผนการศึกษาที่เน้นการวิจัยที่ก่อให้เกิดความรู้ใหม่ และ แผน 2 เป็นแผนการศึกษาที่เน้นการวิจัยที่มีคุณภาพสูง และก่อให้เกิดความก้าวหน้าทางวิชาการและวิชาชีพ
     
  2. วิทยานิพนธ์ (Thesis)

    เป็นรายงานการศึกษาวิจัยภายใต้คำแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษาที่กำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาหลักสูตรระดับปริญญาโท แผน ก ซึ่งเป็นแผนการศึกษาที่เน้นการวิจัย โดยมีการทำวิทยานิพนธ์
     
  3. สารนิพนธ์ หรือการค้นคว้าอิสระ (Independent Study)

    เป็นรายงานการศึกษาค้นคว้าภายใต้คำแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษาที่กำหนด ให้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาหลักสูตรระดับปริญญาโท แผน ข ซึ่งเป็นแผนการศึกษาที่เน้นการศึกษารายวิชา โดยไม่ต้องทำวิทยานิพนธ์ แต่ต้องกำหนดให้มีการศึกษารายวิชาที่เป็นการค้นคว้าอิสระ (การค้นคว้าอิสระนี้ ในบางคณะอาจเรียกชื่อเป็นอย่างอื่น เช่น ภาคนิพนธ์ การศึกษาอิสระ การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง งานวิจัยเฉพาะเรื่อง งานวิจัยเฉพาะกรณี งานวิจัยเฉพาะบุคคล รายงานโครงการเฉพาะบุคคล และโครงการทางวัฒนธรรม เป็นต้น)

รูปแบบการเขียนดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ สารนิพนธ์ หรือการค้นคว้าอิสระ

รูปแบบการเขียนดุษฎีนิพนธ์และวิทยานิพนธ์ ให้เป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้ในคู่มือการพิมพ์วิทยานิพนธ์ สำหรับรูปแบบการเขียนสารนิพนธ์ หรือการค้นคว้าอิสระให้ใช้รูปแบบเดียวกับการเขียนวิทยานิพนธ์ หรือตามที่คณะกำหนด โดยลิขสิทธิ์ดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ สารนิพนธ์ หรือการค้นคว้าอิสระเป็นของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

การส่งดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ สารนิพนธ์ หรือการค้นคว้าอิสระฉบับสมบูรณ์

นักศึกษาที่สอบผ่านการสอบดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ สารนิพนธ์ หรือการค้นคว้าอิสระเรียบร้อยแล้ว ให้นำส่งเข้าระบบบริหารจัดการวิทยานิพนธ์ ตามระเบียบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยวิทยานิพนธ์ฉบับปัจจุบัน
 

การอ้างอิงคือ การระบุแหล่งที่มาของข้อความที่คัดลอกมาโดยตรงหรือประมวลความคิดมา (Paraphrase) สำหรับรายการอ้างอิงคือ รายละเอียดของเอกสารและข้อมูลทุกรายการ ที่ใช้ประกอบการทำวิทยานิพนธ์โดยจะอยู่ส่วนท้ายวิทยานิพนธ์ ซึ่งรายการอ้างอิงนี้เป็นข้อมูลที่สำคัญเพื่อใช้ในการตรวจสอบความถูกต้องทำให้วิทยานิพนธ์มีความน่าเชื่อถือ และเป็นประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม รวมทั้งเป็นการให้เกียรติงานที่นำมาอ้าง และเป็นการแสดงจรรยาบรรณที่จะไม่ละเมิดหรือแอบอ้างผลงานผู้อื่น เพราะการคัดลอกหรือลอกเลียนข้อความหรือแนวความคิดของผู้อื่นมาใช้โดยไม่มีการอ้างอิง (Plagiarism) นอกจากจะผิดจรรยาบรรณในการวิจัยแล้วยังจะมีความผิดทางกฎหมายฐานละเมิดอีกด้วย

สำหรับรูปแบบการอ้างอิงที่มีใช้ในปัจจุบันมีหลายรูปแบบซึ่งได้รับความนิยม โดยแต่ละรูปแบบจะเหมาะกับงานในแต่ละสาขาวิชา ดังนั้น เพื่อให้การอ้างอิงในวิทยานิพนธ์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นมาตรฐานเดียวกัน ให้คณะหรือสาขาวิชา เลือกรูปแบบรายการอ้างอิงตามคู่มือฯ ฉบับนี้ โดยเลือกใช้การอ้างอิงรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง และเมื่อใช้รูปแบบใดแล้วให้ใช้รูปแบบนั้นตลอดทั้งเล่ม

รูปแบบการอ้างอิงที่สามารถเลือกใช้ได้มีดังต่อไปนี้

  1. การอ้างอิงแบบแทรกในเนื้อหา (Citing References in Text) ตามหลักเกณฑ์ APA (American Psychological Association) [PDF] นิยมใช้กับงานในสาขาวิชาสังคมศาสตร์และจิตวิทยา
     
  2. การอ้างอิงแบบเชิงอรรถ (Footnote) ตามหลักเกณฑ์ Turabian [PDF] นิยมใช้กับงานในสาขาวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
     
  3. การอ้างอิงแบบตัวเลข (Numerical Arrangement) ตามหลักเกณฑ์ Vancouver [PDF] นิยมใช้กับงานในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ

ในการอ้างอิงแต่ละรูปแบบ การย่อหน้า หรือการเว้นวรรคระยะ ให้เป็นไปตามโปรแกรมจัดการบรรณานุกรม เช่น EndNote เป็นต้น


THESIS Templates


การใส่ชื่อสาขาวิชา/ภาควิชาที่หน้าปก และ หน้า Title page

  • กรณีที่คณะไหนมีเฉพาะสาขาวิชา ให้ใส่เฉพาะสาขาวิชา
  • กรณีที่คณะไหนมีเฉพาะภาควิชา ให้ใส่แค่ภาควิชา
  • กรณีที่คณะไหนมีทั้งสาขาวิชาและภาควิชา ให้ใส่ทั้งสองอย่าง
  • ชื่อเต็มปริญญาที่ได้รับ ให้ดูตามคู่มือการศึกษา (ชื่อปริญญา ไม่ใช่ชื่อหลักสูตร) เช่น วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (เทคโนโลยีการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม)  / Master of Engineering (Energy and Environmental Technology  Management)

ตัวอย่าง